วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

โทษของความรวย


(ภาพจากที่นี่)
"โทษของความรวย"


โทษของความร่ำรวยช่วยให้ หลง
อยู่ในกรงวงกรรมแห่งความสุข
ไม่รู้ว่าโลกนี้ยังมีทุกข์
รับแต่สุขทุกข์ไม่ปลงจึงหลงทาง

          ไม่คุ้นเคยกับคำว่า ลำบาก
มีทุกข์ยากมากล้นบนโลกกว้าง
ความเป็นจริงจึงเหมือนสิ่งเลือนราง
ทางสายกลางจึงมีค่าจีรัง

          ไม่รู้จัก ความจน ทุกข์ทนจัด
แสนสาหัสเพียงใดไม่เคยหวัง
เหมือนเป็นของไร้ค่าดูน่าชัง
ลืมเบื้องหลังทั้งหมดไม่จดจำ

          ไม่รู้ค่าของการ กรำงานหนัก
ไม่รู้จักทางตรงหรือลงต่ำ
ไม่รู้หลักกำหนดกฎแห่งกรรม
คิดพูดทำจึงห่างหนทางบุญ

          มองชีวิตคิดค้นหนทางถูก
ควรเร่งปลูก ความเชื่อ คอยเกื้อหนุน
เชื่อในการ งานหนัก จักเป็นคุณ
รวยคือบุญจนคือบาปมาอาบใจ

          ความ ยากจน ทนสู้เป็นครูฝึก
รอยจารึกเรื่องจริงที่ยิ่งใหญ่
เร่งความเพียรเทียนปัญญามาแทนไฟ
สว่างในดวงจิตนิจนิรันดร์


โสภณ  เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110
          

แด่น้องแก้ม

แด่น้องแก้ม


ระหว่างวัยไฟฝันวันหนุ่มสาว
รอยรักกันระหว่างก้าวกับสาว แก้ม
เธอดุจดาวพราวพร่างกลางคืนแรม
ชีวิตแย้มแต้มยิ้มอยู่พริ้มพราย

          เมื่อดาวน้อยลอยสว่างอยู่กลางฟ้า
ดาวศรัทธาสูงเด่นเป็นที่หมาย
เมื่อดาวลับรักแหลกแตกกระจาย
สุขสลายรักแสลงสิ้นแรงยืน

          ฝันถึงแก้มแย้มยิ้มอยู่ริมพักตร์
คิดถึงนักหักใจไม่อาจฝืน
ยิ่งหักรักหักหลงยิ่งคงคืน
สะดุ้งตื่นลืมตามองหาเธอ

          ภาพแก้มซ้ายหมายคอยแล้วลอยลับ
ยิ่งประทับกลับมาทุกคราเผลอ
หาลักยิ้มพิมพ์ใจยังไม่เจอ
หวนละเมอคอยแก้มมาแย้มเยือน

          คิดถึงแก้มข้างขวาน่าถนอม
ใจนึกน้อมเหนือกว่าคำว่าเพื่อน
ยิ้มคอยย้อนคอยย้ำตามมาเยือน
จะลืมเลือนแก้มลงคงไม่มี

          คนจักอยู่อย่างไรหากไร้ แก้ม
เมื่อคราวแย้มมาเยือนคงเหมือนผี
แก้มนะแก้มจากหน้าไม่ปรานี
หน้าอย่างพี่หมองหม่นไร้คนมอง


โสภณ  เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110

กรรมของคำนินทา

กรรมของคำนินทา

คนมุ่งร้าย หมายนินทาว่าลับหลัง
คือพ่ายพังเพราะพาลด้วยมานเผลอ
คิดเพียงแค่ แง่ลบ ที่พบเจอ
ตนเลิศเลอเหลือล้น ดีคนเดียว

          ผู้นินทาฝึกจิต คิดด้านลบ
เพื่อนที่พบคบหาพาไปเกี่ยว
ต่างนินทาพาผสมกันกลมเกลียว
แต่ไม่เหลียวแลมอง เรื่องของตัว

          คนนินทาชอบจ้อง มองความผิด
เลวชอบคิดดีไม่ข้อง มองไม่ทั่ว
ผิดคนอื่นเหลือทน แสนหม่นมัว
ผิดของตัวมากมายไม่เคยมอง

          ผู้นินทา มุ่งหมายทำลายเขา
เติมจิตเราเต็มล้นสิ่งหม่นหมอง
หลงลืมตัว ไม่ริเร่งตริตรอง
สืบครรลองแห่งกรรมมุ่งทำเอง

          เมื่อ จิตขาดเมตตานินทามาก
ยืนใกล้ปากเหวลึกนึกว่าเก่ง
หลงกองคูถมีค่าน่าครื้นเครง
ไม่กลัวเกรง เวรกรรมคำนินทา

          หมายนินทาหาบาปจิตหยาบกร้าน
เด่นดิบด้านฝึก จิตขี้อิจฉา
บาปย่อมหนุนบุญย่อมห่างทางวาจา
การเกิดมาทั้งทีมีแต่กรรม


โสภณ  เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110

ความงาม

"ความงาม"

พระอาทิตย์งดงามยามสว่าง
ส่องกระจ่างโลกนี้ให้มีสุข
ไล่ความกลัวมัวหม่นปนความทุกข์
ปลอบแล้วปลุกวิถีแห่งชีวิน

พระจันทร์งามยามมีราตรีแก้ว
จึงเพริศแพร้วแวววับประดับศิลป์
ชื่นแสงนวลชวนมองท่องกลางจินต์
ประดับถิ่นดินพบสงบเย็น

เมื่อสายน้ำงามงดเพราะคดเคี้ยว
ล่องลดเลี้ยวไหลเซาะเกาะแก่งเห็น
แว่วเสียงน้ำไกลไกลไหลกระเซ็น
น้ำจึงเป็นความงามชื่นฉ่ำใจ

ท้องฟ้างามยามที่มีเมฆหมอก
บางครั้งบอกว่ามีสีสดใส
มองสีฟ้าแต้มแดนอยู่แสนไกล
เหมือนมีใครวาดฟ้าให้น่ามอง

          ต้นไม้งามอย่างยิ่งด้วยกิ่งก้าน
สอดประสานเขียวขจีมีแสงส่อง
เย็นร่มเงาเนาถิ่นแผ่นดินทอง
โลกเรืองรองสมดุลมีคุณจริง

ธรรมชาติงดงามความเรียบง่าย
เปลี่ยนกลับกลายรองรับทุกสรรพสิ่ง
รักษาไว้วันหนึ่งได้พึ่งพิง
สงบนิ่งจึงพบสงบงาม


39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110
โสภณ  เปียสนิท

กาแฟกับถ้วย


"กาแฟกับถ้วย"

ในงานเลี้ยงรวมมิตรแก่ศิษย์เก่า
อาจารย์เศร้าเฝ้านั่งฟังศิษย์บ่น
ชีวิตงานปัญหาเข้าตาจน
ท่านยังทนถึงเวลาดื่มกาแฟ

ถ้วยมากมายลายแปลกดูแตกต่าง
ราคาห่างต่างกันนั้นของแน่
ศิษย์เลือกถ้วยเลือกสีที่เล็งแล
ถ้วยไหนแย่เก่าไปไม่เลือกกัน

          ส่วนอาจารย์ท่านรู้ดูแง่คิด
จึงถามศิษย์ทิศทางที่สร้างสรรค์
หยิบแก้วดีมีค่าเอามาพลัน
ที่เหลือนั่นล้วนถ้วยไม่สวยงาม

          เธอต้องการกาแฟแน่แล้วหรือ
เลือกแต่ถือถ้วยที่เห็นเป็นคำถาม
ดื่ม กาแฟ หรือ ถ้วย ช่วยตอบความ
แยกไปตามความเห็นที่เป็นจริง

          หาก กาแฟนั่นหรือคือชีวิต
ควรครุ่นคิดว่านั่นสำคัญยิ่ง
ถ้วยเปรียบงาน การกระทำนำแอบอิง
มิใช่สิ่งต้องบ่นจนเครียดเกิน

          ดื่มกาแฟมิใช่ไปดื่มถ้วย
แม้จะสวยเพียงใดไม่สรรเสริญ
ถ้วยไว้ชมเมื่อคราวชีพก้าวเดิน
เครียดจนเกินกับถ้วยช่วยสิ่งใด


โสภณ เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบฯ 77110

วิทสืเนาในความทรงจำ

"วิทส์เนาในความทรงจำ"

"Vitznau in memory"


เยือนวิดส์เนาในวันอันเหน็บหนาว
หมอกสีขาวกระจายกลุ่มปกคลุมถิ่น
ฝนปรายโปรยโรยละอองนองแผ่นดิน
สายน้ำรินเอื่อยไหลไปสุดตา

ริมฝั่งน้ำวิวเอ้อวาวด์สตรัสเซ่
เหมือนมีแรงแฝงเล่ห์เสน่หา
ระรอกริ้วลิ่วตรงฝั่งคงคา
หวังไว้ว่าคนจรได้ย้อนคืน

สองริมทางนั่งชมพรมสีเขียว
เหมือนเปล่าเปลี่ยวเพียงป่าหญ้าทั้งผืน
ดอกสีเหลืองชูช่อพอหยัดยืน
ประดับพื้นพร้อมกับประดับใจ

          เรือลำน้อยลอยน้ำอยู่ลำหนึ่ง
คือภาพซึ้งในฝันอันเคยใฝ่
เงียบสงัดพลัดพรากลอยจากไป
มองแสนไกลสุดสุดเหลือจุดเดียว

          บ้านบนเขาเรียงรายสุดปลายเขา
ถิ่นลำเนาตำนานการท่องเที่ยว
เขาสองข้าง กลางสายน้ำ เรือลำเดียว
หญ้าสีเขียวดอกสีเหลืองเรืองมลัง

          รถแล่นผ่านวิทส์เนาต้องเหงาหงอย
ภาพยังคอยเตือนให้ดวงใจหวัง
ยามจากลาห่างไกลเหงาใจจัง
เก็บความหลังไว้เนาให้ยาวนาน


*บันทึกความทรงจำครั้งเยือนเมืองวิทส์เนา สวิทเซอร์แลนด์ 18 ตค.47

โสภณ  เปียสนิท
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตวังไกลกังวล 39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110

"สำนักสงฆ์บนภูเขา"


ระหว่างเนินเพลินดูยอดภูเขา
ทางเส้นเก่าทอดไกลในแดนฝัน
กลางความเงียบเรียบง่ายสงบงัน
ข้างบนนั่นมีแดนแผ่นดินธรรม

          เป็นทางยาวเชื่อมโยงลงสู่โลก
สูงคือโชคโศกคือใจที่ใฝ่ต่ำ
ขาวคือดีสีใสใช่สีดำ
พ้นทางกรรมเคยก่อล้อทางเกวียน

          ไม้ทอดเงาลายงามตามถนน
คราวสับสนปลิวไสวสายลมเปลี่ยน
ดอกหญ้าริมทางรกซึ่งวกเวียน
เหมือนล้อเลียนกลางลานผู้ผ่านทาง

          เสียงนกร้องก้องในดงไม้พุ่ม
เคียงต้นกุ่มสุ่มใบสู่ไพรกว้าง
การหลุดลอยลับเลือนเหมือนเบาบาง
เป็นแบบอย่างพลัดพรากการจากลา

          ถนนไกลสายเก่าภูเขาหิน
เสียงนกบินจากไปเหมือนไร้ค่า
น้อยคนนักจักผ่านกาลเวลา
เพื่อกลับมา หยุดมอง จิตของตน

          ระหว่างเนินเพลินดูภูเขากว้าง
วังเวงว่างทางทองจึงหมองหม่น
ยังคงรอเรียนรู้แห่งหมู่คน
ให้ก้าวบนทางนั้นนิรันดร


โสภณ เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 


"ผักหวานป่าลุงพร"


พบลุงพรที่บ้าน ผักหวานป่า
ลุงเล่าว่าป่าเมืองกาญจน์มันหร่อยหรอ
คนบุกป่าหาที่อยู่ไม่รู้พอ
เหมืนดังก่อเวรกรรมไปตามกัน

          เคยมีผักหวานป่าหากินง่าย
เดี๋ยวนี้หายเดินหาจนขาสั่น
กว่าจะพบเดินไกลไปเป็นวัน
ลุงจึงหันกลับมาหาวิธี

          นำเมล็ดผักหวานป่าเอามาปลูก
ค้นผิดถูกสังเกตเหตุวิถี
รู้ขั้นตอนก่อนจัดวางสร้างวิธี
ผักหวานมีอยู่ใกล้ไว้เก็บกิน

          ด้วยความรักผักหวานหมั่นศึกษา
ผักมีค่าผลิกฟื้นกลับคืนถิ่น
มันเติบโตใต้ร่มเงาเนาแผ่นดิน
จากเก็บกินจึงกลับกลายขยายพันธุ์

          ถึงวันนี้ผักหวานป่ามาอยู่บ้าน
สืบตำนานผ่านถนนคนขยัน
กินแจกขายผักหวานมานานวัน
พร้อมแบ่งปันพันธุ์ให้ผู้ใคร่ลอง

          จึงขอเชิญคนรัก ผักหวานป่า
แวะเวียนมาเมืองกาญจน์ผ่านขึ้นล่อง
เข้าเยี่ยมชมชายไร่ชายตามอง
นำไปลองปลูกดูจะรู้คุณ


โสภณ  เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบฯ 77110

บ้านน้อยกลางป่าใหญ่

"บ้านน้อยกลางป่าใหญ่"

 

            เวิ้งว้าง กว้างไกล ปลายฟ้า

ทุ่งนา ไต่สู ภูเขา

ป่าไม้ หายห่าง บางเบา

คืบเงา คุกคาม ลำเค็ญ  

         ขาดฝน หล่นหาย มองหา

เพียงคราบ น้ำตา ที่เห็น

ไม่นาน ลำบาก ยากเย็น

เคืองเข็ญ เห็นทุกข์ รุกราน

            ฝากเตือน เพื่อนพ้อง น้องพี่

ช่วยที คุ้มครอง ป้องบ้าน

ป่าอยู่ คู่เขา เนานาน

สืบสาน สรรค์สร้าง ยั่งยืน

                มีป่า มีน้ำ ธรรมชาติ

หวังวาด แสนสุข สดชื่น

ไร่นา สวนผสม กลมกลืน

วันคืน อยู่ดี มีกิน

          เกษตร เชิงเดี่ยว เลี้ยวลด

พาโศก กำสรด หมดสิ้น

ไร้เงิน ไร้แดน แผ่นดิน

หนี้สิน อีลุง ตุงนัง

                เกษตร พอเพียง เลี้ยงชีพ

ประทีป วิถี มีหวัง

บ้านเล็ก ป่าใหญ่ ให้พลัง

สืบสัง คมเรา ยาวนาน



โสภณ  เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110

สูงสุดคืนสู่สามัญ

สูงสุดคืนสู่สามัญ

มีศิษย์ของสองท่านอาจารย์ใหญ่
ต่างเชื่อใจในฤทธิ์ด้วยจิตมั่น
อาจารย์ข้าเข้มข้นมนต์สำคัญ
อาจารย์ฉันเชื่อว่าชนะแก

ประกาศก้องแก่กล้าอาจารย์เก่ง
ตัวท่านเพ่งพินิจจิตแน่วแน่
เดินบนน้ำแคล่วคล่องเหมือนล่องแพ
เมื่อเล็งแลเห็นลิบทิพย์วิญญาณ

หนังท่านเหนียวคมมีดกรีดไม่เข้า
ในบางคราวถือพรตอดอาหาร
อยู่ป่าช้าเป็นนิจจิตเบิกบาน
ชนะมารทุกทิศด้วยฤทธี

อีกคนกล่าวอาจารย์ฉันเก่งกว่า
สัตว์ร้ายมาจริงจริงท่านวิ่งหนี
เมื่อยามหิวรีบฉันในทันที
ยามภูติผีหลอกหลอนท่านนอนดู

ทุกครั้งที่ปวดท้องท่านต้องถ่าย
ป่วยก็หมายหาหมอที่รออยู่
มองเห็นทุกข์รู้เท่าเอาเป็นครู
ดีชื่นชูชั่วช้าท่านว่าชัง

แล้วสอนว่าอย่าใฝ่่ในเรื่องฤทธิ์
แม้นศักดิ์สิทธิ์คาถาอาคมขลัง
ข้าเห็นตามกันตายเพราะกายพัง
แล้วถูกฝังถูกไฟในกองฟอน


โสภณ  เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีัขันธ์ 77110

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ระเซ็นสอนธรรม

ศิษย์คนหนึ่งซึ้งธรรมนำมาคิด
แต่ยังติดความต่างธรรมบางข้อ
เห็นอาจารย์ใจดีไม่รีรอ
กลับมาขอฟังธรรมย้ำอีกครา

          พระอาจารย์ท่านคงจะสงสาร
ศิษย์ฟุ้งซ่านด้วยแรงแสวงหา
ท่านจึงตอบตามเหตุแห่งเมตตา
ปรารถนานำศิษย์คิดทางดี

          การหลงลืมบางอย่างยังมีค่า
จงกลับมาทบทวนให้ถ้วนถี่
เรื่องควรลืมหลายหลากเห็นมากมี
สมควรที่หยุดปลื้มลืมได้เลย

          “คำเขาด่า” เอ็งจงหลงลืมเถิด
ทำให้เกิดหงุดหงิดเจ้าศิษย์เอ๋ย
เพราะไร้ค่าอย่าวุ่นอย่าคุ้นเคย
จงวางเฉยอย่าช้าให้ชาชิน

          “คำนินทา” อย่าเอามาเฝ้าคิด
ฝึกดวงจิตไม่จำคำติฉิน
ใจเหมือนหลักปักแน่นเหนือเเผ่นดิน
อย่าถวิลนินทามาใส่ตน

          สองอย่างนี้มีค่าน่าลืมนัก
จงตระหนักลืมได้ไปทุกหน
ส่วนพระธรรมล้ำคุณอุ่นกมล
จงเป็นคนรู้ค่าอย่าลืมคำ


โสภณ  เปียสนิท
39/3 หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110
“ชีวิตกับใบไม้

            ชีวิตคิดไปให้ฉงน
สับสนวนเวียนเปลี่ยนผัน
ล่องลอยคล้อยตามคืนวัน
เหมือนฝันเหมือนจริงสิ่งลวง

            ชีวิตเปรียบเช่นต้นไม้
เติบใหญ่ในแดนแหนหวง
ดำรงอยู่ยั้งทั้งปวง
เลยล่วงห้วงกาลเวลา

            ฤดูกาลผ่านไปไม่หยุด
เร่งรุดเลยทางข้างหน้า
หนาวร้อนผ่อนปรนฝนมา
ยืนท้าแดดฉายสายลม

            ฝนแรกแตกใบระบัด
ยืนหยัดเคียงฟ้าผ้าห่ม
ยามร้อนก็พร้อมตรอมตรม
ทิ้งใบทับถมแผ่นดิน

            ทับถมเก็บงำความชื้น
ขมขื่นรอคราวหนาวสิ้น
รอฝนอีกครั้งหลั่งริน
ธรณินอุดมสมบูรณ์

            ชีวิตก็เป็นเช่นนี้
เกิดมีคงอยู่คู่สูญ
เจ็บปวดราวร้าวอาดูร
เสพสุขเกื้อกูลสลับกัน


โสภณ  เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110