วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ครูที่ดีที่สุด


ครูที่ดีที่สุด



ชีวิตนี้ที่แท้มีแต่ “ทุกข์”


มาคอยปลุกร้องหาอยู่หน้าบ้าน


เราเรียนรู้ลำบากจนยากนาน


มีสองด้านให้คิดพินิจดู



เมื่อตอนเกิดเสียงก้องยามร้องไห้


เพื่อเตือนใจไว้หน่อยทุกข์คอยอยู่


ยินเสียงร้องครั้งแรกแทรกเป็นครู


กำหนดรู้ลำเค็ญว่าเป็นเรา



ต่อแต่นั้นทุกข์นี้ไม่มีถอย


มีแต่ค่อยเข้มข้นจนหนักเข้า


อาจจะเบื่อเหลือบ่นต้องทนเอา


เปรียบดังเงาเงียบงันอันงุนงง



หากมองทุกข์เป็นทุกข์ไปทุกครั้ง


ทุกข์ก็ยังถั่งท้นจนลืมหลง


ทั้งเกลียดโทษโกรธทุกข์ทุกข์ดำรง


ยังมั่นคงเป็นคู่อยู่ทุกคน



หากมองทุกข์เป็นครูรู้คุณค่า


จึงมองหาทุกข์เห็นเป็นหนหน

ถึงยังทุกข์ท้อแท้แม้ทุกข์ทน

สอนให้คนรู้ทันเรืองปัญญา



ทุกข์เป็นครูผู้สอนให้ย้อนคิด


ฝึกดวงจิตอดทนพ้นปัญหา


พอเห็นทุกข์พึงรู้ว่าครูมา


เกิดศรัทธาในทุกข์เป็นสุขใจ


 

ความชอบแตกต่างหนทางเปลี่ยนสาย


ความชอบแตกต่างหนทางเปลี่ยนสาย

รู้หลักการหลักกรรมทำทันที เลือกชอบที่ถูกควรล้วนสำคัญ

ความชอบแตกต่างหนทางเปลี่ยนสาย



“ชอบ” คือผลของกรรมที่ตามก่อ


“คิด” คือต่อเรื่องเดิมมาเติมใส่


คิดบ่อยบ่อยถ้อยคำกล่าวตามใจ


แล้วต่อไปให้ทำไปตามคิด



คิดพูดทำกรรมที่ก่อเหมือนล้อหมุน


ต่างเจือจุนหนุนเจิมเติมใส่จิต


เก็บสะสมเรื่องนั้นวันละนิด


นำชีวิตทิศทางแตกต่างกัน



ชอบกาแฟบ่ายมาต้องหาดื่ม


มิเคยลืมปลื้มในกาแฟนั่น


คิดพูดทำจำกาแฟแต่ละวัน


แม้ยามฝันยังใฝ่ในกาแฟ



บางคนชอบหลงใหลในการอ่าน


ติดรสหวานอ่านแนวไหนใจแน่วแน่


อ่านทั้งตัวหัวใจใช้ตาแล


เป็นสุขแท้ยามอ่านสำราญเอง



ชอบกีฬาหาทางสร้างเป้าหมาย


ฝึกร่างกายจนแกร่งออกแรงเก่ง


ฝึกยามเช้าฝึกบ่ายไปตามเพลง


กายตนเองทานทนจนชำนาญ



ฝึกทานศีลภาวนายิ่งน่าฝึก


ความรู้สึกสุกใสหมายสืบสาน


ชอบภาวนาศรัทธาศีลยินดีทาน


ฝึกในการเป็นคนจนได้ดี



“ชอบ” คือผลของกรรมที่ตามก่อ


เคยถักทอเคยทำนำวิถี


รู้หลักการหลักกรรมทำทันที


เลือก ”ชอบ” ที่ถูกควรล้วนสำคัญ


คลื่นอารมณ์


คลื่นอารมณ์



มองทะเลหาดทรายแดดฉายส่อง


แสงสีทองทาทาบกับคลื่นถี่


ริ้วน้อยน้อยทยอยหาฝั่งวารี


ตามวิถีธารทองท้องทะเล



รอยอารมณ์ถมใจจนไหวหวั่น


เกิดแล้วพลันคั้นแล้วคลายคล้ายคลื่นเห่


ฝากร่องรอยอารมณ์เข้าถมเท


ใจหันเหลอยหาตามอารมณ์



ใจดวงเดิมเริ่มต้นบนความนิ่ง


คือดวงจริงที่เห็นเป็นปฐม


สว่างดีมีค่าน่าชื่นชม


ล่องลอยลม “เบาบาง” อยู่กลางใจ



ทะเลเดิมอยู่ได้ในความเงียบ


แผ่นผิวเรียบเปรียบแก้วมีแววใส


สะท้อนส่องมองความว่างอยู่ข้างใน


เห็นไกลไกลวิบวับระยับตา



คลื่นอารมณ์โถมใจให้เป็นคลื่น


ชอบก็ชื่นเกลียดก็ชังหวังก็หา


เมื่อลมไหวไกวทะเลทุกเวลา


คลื่นทุกครายินคำเสียงคร่ำครวญ



สงบจิตคลื่นจึงไม่ถึงจิต


แม้ยืนติดทะเลฝันมิปั่นป่วน


หมั่นฝึกตนพ้นนิยามความแปรปรวน


เพื่อย้อนทวนกลับได้ดวงใจเดิม